24.4.51
ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉม
เขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ
เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยของตน
แต่เขายังรวบรวมความกล้า
เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า'รัก'
และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอ--ไม่ได้
เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า
ถ้าเขาสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอ
ได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป
ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า
โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน
เขารอคอยในสายลมบาดผิว
รอคอยในสายฝนกระหน่ำ
รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า
โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา
เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพราวเป็นสาย
จนกระทั่งในคืนที่ 99
ทหารหนุ่มหยุดร้องไห้
หยุดรอคอย หยุดทุกอย่างไว้
แล้วหันเดินจากไป




ปล.มาจากบล็อกของปราย พันแสงครับ
20.4.51

A Good Introduction to PC History

เพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้ จบ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับสตีฟ จ็อบ ผู้ก่อตั้งบริษั่ท แอปเปิ้ล และ บิล เกต แห่ง M$

ถามว่า สนุกมั้ย ก็ตอบเลยว่าใช้ได้ทีเดียว
ชอบบรรยากาศในยุค 80 มากๆ
อื่นๆ : เกี่ยวกับหนัง ก็จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี
ไอบีเอ็ม ซีร็อก ยักษ์ใหญ่อุ้ยอ้าย
การสร้างคอมพิวเตอร์ของ วอซเนียก


Steve Jobs VS Bill Gate ในทรรศนะของผม
ในสองคนนี้ ผมไม่ได้ศรัทธาใครมากกว่ากัน แต่ถือว่าเป็นบุคคลที่มี model น่าเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

อย่าง Gate นี้จะมาในแนว การตลาด
วัฒนธรรมของ M$ ก็เป็นแบบ ผู้ไล่ตามแล้วนำมาพัฒนาต่อ
อ้อ ลืมไป เฮียเกต แกเป็นเซียนโปกเกอร์ ทำให้อ่านคนได้สุดตีนเหมือนกัน

แต่ของ Jobs จะเป็นแบบ นอกกรอบ หลุดโลก ตามแบบฉบับ ฮิปปี้ เก่า - -''
มันฮามากเลยพี่น้อง ใส่ขาสั้นไปขอเงินแบ๊ง มีหนวดมีเครา ชุดประธานบริษัทก็เป็นยืดยีน

มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ที่ Jobs สร้างตราสินค้า จนกลายเป็นลัทธิ

"Good artist copy, great artist steal...."
Stay Hungry. Stay Foolish.

Steve Jobs




ปล. มีอีกสองเรื่องให้ตามเก็บต่อ

* Triumph of the Nerds— a 1996 three-part documentary for PBS, about the rise of the home computer/personal computer.

* Nerds 2.0.1— a 1998 three-part documentary for PBS, (and sequel to Triumph of the Nerds) which chronicles the development of the Internet.

* Pirates of Silicon Valley — a 1999 docudrama which chronicles the rise of Apple and Microsoft. He was portrayed by Noah Wyle.





อื่นๆ 3 :


Top 10 greatest IT people 2006
1. Steve Jobs

2. Tim Berners-Lee

3. Bill Gates

4. James Gosling

5. Linus Torvalds

6. Richard Stallman

7. Arthur C Clark

8. Ted Codd

9. Steve Shirley

10. Martha Lane Fox

detail >> http://www.blognone.com/node/3545

เอารูปมาให้ดู บิลเกต มีหน้าเดียว
แต่ของจ็อบ ไม่เหมือนเดิมเลย - -


15.8.50
1) กระดานและเม็ดหมาก
หมากล้อมเป็นเกมส์ที่เล่นบนกระดาน 19x19
หรือจะเล่นบนกระดานขนาดเล็ก 13x13 และ9x9ก็ได้
โดยแบ่งเม็ดหมากเป็นสีดำและสีขาวต่างฝ่ายต่างผลัดกันเดิน
เป็นการสอนให้เราใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า





จากรูป เป็นกระดานขนาด 19x19








2) กติกาการเล่น

1. ทั้ง 2 ฝ่ายจะวางหมากที่จุดตัดใดก็ได้บนกระดาน
แต่ต้องไม่ทับจุดที่มีหมากของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวางอยู่ก่อนแล้ว
2. เมื่อวางหมากแล้ว หมากจะไม่มีการเดินเลื่อนเหมือนหมากรุก
เมื่อวางหมากจุดใดแล้ว จะไม่สามารถเคลื่อนไปจุดอื่นได้เป็นอันขาด
ยกเว้นหมากถูกจับกินจะต้องเป็นเชลยของฝ่ายตรงข้ามทันที
(จะอธิบายละเอียด ในหัวข้อกติกาการจับกิน)
3. ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย ต้องพยายามใช้หมากของตนเอง
ล้อมพื้นที่ว่างให้ได้มากกว่าคู่ต่อสู้ นับคะแนนตัดสิน
โดยนับว่าฝ่ายใด ล้อมพื้นที่ว่างได้มากกว่า จะเป็นฝ่ายชนะ
(จะอธิบายการนับคะแนนโดยละเอียด )

3) แต้มต่อ (KOMI) - โคมิ
ฝ่ายดำ ได้เดินหมากก่อน ถือว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ
เพราะฉะนั้น จึงต้องมีแต้มต่อ เพื่อชดเชยความเสียเปรียบของฝ่ายขาวที่ให้ดำเดินก่อน
โดยฝ่ายขาวจะได้คะแนนฟรี ๆ ไปจำนวนหนึ่ง
เราเรียกคะแนนจำนวนนี้ว่า "แต้มต่อ (Komi)"
ซึ่งปัจจุบันกำหนดมาตรฐานสำหรับกระดาน 19x19 ไว้ที่ 6.5 คะแนน
แต้มต่อนี้จะนำไปบวกให้กับคะแนนสุทธิของฝ่ายขาวเมื่อจบเกม
(เพื่อป้องกันการเสมอ)

4) หมากต่อ Handicaps
เพื่อให้เกิดการเท่าเทียมกันของผู้เล่นที่มีฝีมือต่างกัน
อาจจะเล่นเพื่อสอนคนหัดเล่น หรือไม่ก็วัดระดับฝีมือ-ทัศนคติการเล่นหมากล้อม
นอกจากนี้เกมส์หมากต่อจะถูกนำมาใช้เพื่อให้มีระดับการเล่นที่ใกล้เคียงกัน
เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการเล่นด้วย

จากรูป แสดงการต่อหมาก สองหมาก

สำหรับหมากต่อ ตั้งแต่ 3 หมากขึ้นไป ดูได้ที่เว็บ
http://senseis.xmp.net/?path=Handicap&page=HandicapPlacement



เดี๊ยวมาต่อเรื่องการจับกินวันหลังครับ
ขอบคุณรูปภาพจาก Sensei's Libraly ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

บทความที่ได้รับความนิยม

แวะมาแล้ว

ขับเคลื่อนโดย Blogger.