14.12.51
5555555555555555555555555555

เรียนจบ ป.ตรี

กำลังจารับปริญญา แล้วคับ

ซ้อม 19-21

รับจริง 22

เดือน ธันวาคม

มากันเยอะๆ นะคับ
เพื่อนเก่า
เพื่อนใหม่
เพื่อนม.ต้น
เพื่อนม.ปลาย
เพื่อนประถม
เพื่อนกิน
ฯลฯ

มาถ่ายรูปกัน



ปล.ปกติผมไม่่ค่อยได้ถ่ายรูปนะคั้บ เพราะว่าถ่ายรูปไม่ขึ้น *-* 555
เลยไม่อยากถ่าย
21.11.51


ไปดูมาแล้วครับทั่น

007: Quantum of Solace

สปอยเลยละกัน

ซึ่งหลายคนอาจจะงง ว่าเฮ้ย บอนด์บ้านป๊ะ เองเหรอ ดุเดือด ดุดันบู๊ ชิบหา

เป็นเพราะเรื่องภาคนี้จะเป็น ช่วงแรกๆ ในการเป็นสายลับของบอนด์

ก็เ็ป็นตอนต่อจาก ภาค (Casino Royale)

ซึ่งภาค คาสิโน รอยัล นั้น บอนด์ต้องฆ่า คนสองคน
ทำให้ได้ รหัส 00 หน้าเลข 7 มา
รหัสนี้ หมายถึง บอนด์ได้รับอนุญาติให้ฆ่าคนได้โดยไม่ผิดกฏหมาย ?!?

และมีการย้อนอดีตนิด นึง

ทำให้กลายเป็นชื่อเรื่องของภาคนี้

พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก


วิจารณ์ แบบ บ้านๆ

หนังโคตร กาก

เนื้อเรื่อง ไม่มี

อุดมด้วยฉากแอ็คชั่น ดาดๆ เอาใจฝั่งไอ้กัน

ฉากไล่ล่า ด้วยรถ แอสตัน มาติน
ด้วยเรือ
และเครื่องบิน

แต่ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย
ประมาณขี้ตีน ขององค์บาก
หรือไม่ก็ฝุ่นธุลีดิน ของเรื่อง infernal affair

ไปดูก็จะหลับเอา

แค่ลงทุนด้านโปรดักชั่นสูงเฉยๆ
อ่อ สำหรับคนที่ชอบดูมุมกล้อง
มีสปีด คัทให้ดูบ่อยๆ

สุดท้าย

เดเนี่ยล เคร็ก
มาแสดง ก็เหมาะสมแล้ว กับ สายลับแดกฝุ่น
คลุกฝุ่นเยอะจริงๆ

ถึงจะดูเหมือนดุดันไปหน่อย แต่ต้องเข้าใจ
เป็นช่วงแรกของอาชีพสายลับ
แล้วก็เราก็จะเข้าใจว่าทำไมบอนด์ กลายเป็นคน fun ดะ
เพราะ สายลับสาวที่บอนด์ ตั้งใจจะแต่งงานด้วยดันตาย
เลย hurt ซะงั้น

แน่นอน ว่าภาคนี้ไม่มี สาวบอนด์ ไม่มีของเล่นไฮเทค(เพราะยังไม่เจอกับ ด็อกเตอร์คนประดิษฐ์)
ไม่มี การสั่งเหล้า แบบบอนด์ภาคก่อนๆ

สรุป

ดูแล้วโคตรเสียดายตังค์ ชิบหาย

รอดูแผ่นเอาดีกว่า นะพี่น้องนะ

รอดูภาคต่อไปดีกว่า อาจจะมีของเล่นไฮเทคโผล่มาก็ได้


ที่เกี่ยวข้อง : http://movie.sanook.com/movie/movie_14370.php
22.10.51



เมื่อวันที่ 22 ผมได้มีโอกาสดูรายการโทรทัศน์ คนค้นฅน

เป็นเรื่องของ ปู่เย็น

ก่อนดู ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องของคนแก่ธรรมดาที่อายุยืน
และมีการใช้ชีิวิตอย่างพอเพียง

แต่พอได้ดูแล้ว

...

ผมพบว่า ชีวิตของปู่เย็น มีพลังมากมาย
ลองนึกภาพดู

คนอายุ ร้อยกว่าปี
แต่ยังออกเรือจับปลา
เดินขึ้นสะพาน
เอาปลาออกมาขาย

ขณะที่เรา อายุเท่าไหร่ ?
สามสิบก็ยังไม่ถึง

แล้วจะกลัวอะไรกับความยากลำบากในชีวิต

ปู่เย็นบอกกับเราว่า
ขนาด หอย มันไม่มีมือมีตีน มันยังรู้จักหากินได้
แล้วบางคนหล่ะ
ความรู้ก็มี

ร่างกายก็ไม่ได้พิการอะไร

แต่ไม่รู้จักทำมาหากิน

อา่ยหอยมันหน่อยเถอะ


ระหว่างดู ผมก็น้ำตาคลอเหมือนกัน
คนอะไรวะ พลังงานเยอะชิบหาย

ไม่ยอมแพ้ต่ออายุ
เป็นคนแก่อื่นๆ นี้ ไปขอคนอื่นอยู่แล้ว



จริงๆ ตอนปู่เย็นออกอากาศ สองวัน 22 กับ 28
แต่ผมก็ได้ดูตอนเดียว





ทำให้บางครั้งผมก็รู้สึก เหมือนกันว่า



การได้ดูรายการทีวีบางอย่าง



การได้อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม



การได้มีอาหารอร่อยๆ กิน




และสุดท้าย



การได้พบกับใครสักคน


มันก็อาจจะเป็น พรหมลิขิตก็ได้







ปล. จบแบบ ซึ้งซะงั้น
ปล2. แถม ad ดีๆ ในตำนานให้ดู
30.9.51


วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เป็นวันฉลองครบรอบ สิบปี กูเกิ้ล Google
ไม่น่าเชื่อนะครับว่าจะถึงสิบปีแล้ว

ถ้านับจริงๆ โลกอินเตอร์เน็ตก็มีมาประมาณสิบห้าปี
วันนี้ผมจะมาเล่าความหลังให้ฟัง :D

http://www.google.co.th/tenthbirthday/

เข้าไปในเว็บนี้จะเห็นช่วงเวลาได้เลย
ว่า เครื่องมือค้นหาของกูเกิ้ลนั้นเจ๋งจริง
และมี ดัชนีค้นหาเยอะมาก
หลังๆ จะมีเว็บขยะเยอะ แต่ก็ยังหาได้ใกล้เคียงอยู่ดี
ถ้าเทียบกับเจ้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น live.com หรือ yahoo.com
ที่หาอะไรไม่ค่อยจะเจอ



นึกถึงสมัยก่อนตอนเราเล่นเน็ตแรกๆ เว็บยังมีไม่เยอะ
เราก็จะใช้เว็บท่า (Web portal) เข้าเอา

ซึ่งช่วงนั้นก็จะมีเว็บ สนุก Sanook ที่ดังๆ ใช่มั้ยหล่ะค
รับ
ถ้าเป็นของเมืองนอก ก็เป็นเว็บ Yahoo
ซึ่งในช่วงปี 90's เนี้ยจะบูมมาก จำได้ว่าช่วงที่เว็บ sanook ขายไป
ได้เงินเยอะมาก ถ้าจำไม่ผิดร้อยล้านบาท +

ทำให้เกิดเว็บเลียนแบบขึ้นมาตรึม ไม่ว่าจะเป็น kapook, จอแจ, mthai
Browser ที่ใช้เข้าเน็ตตอนนั้นก็คือ Nescape (ทันกันป่ะเนี้ย)

เน็ตที่ใช้ก็เป็น อินเตอร์เน็ต dial up 56k อย่างเต่าสัดๆ เลย

ฮ่ะๆ
ตอนนั้นคนส่วนมากก็เอาไปเล่น เพิธ กันหน่ะนะ
นึกถึงร้านเน็ตตอนนั้น ชม.นึงก็อย่างแพง ยี่สิบสามสิบบาท -*-

นึกถึงตอนม. สาม ห้องผมโดดเรียนเกือบยกห้อง ไปเล่นเน็ตกัน
ยี่สิบกว่าคน ฮ่ะๆ เล่นเกมส์อะไรก็ไม่รู้ เบื่อละก็มาเล่นเิพิธหลอนกันเอง
คอมตอนนั้นก็เต่าๆ เน็ตก็ช้าๆ เป็นประสบการณ์ขำๆ ดี


กูเกิ้ล บูมช่วงไหนไม่รู้
ถ้าใช้ความรู้สึกวัดเอา ผมว่าน่าจะประมาณ ปี 2004 สำหรับในประเทศไทย
เพราะ ช่วงนี้ มีอินเตอร์เน็ต ไฮสปีด ราคาถูกใช้กันเยอะขึ้น




ตอนนี้ ผมว่ากูเกิ้ล มีผลกระทบต่อโลกมากเลย
คนจำนวนมากใช้ผลิตภัณฑ์ของกูเกิ้ล
ยกตัวอย่างเช่น


Google docs - มันก็คือชุดแบบ ms office online
gmail - email ที่ผมว่า กัน สแปมได้ดีที่สุด
blogger - ก็คือที่นี้แหล่ะครับ คนเขียนเยอะ ให้เนื้อที่ฟรี และโหลดไว
Google Calendar - ก็ไว้ทำตารางงาน
Google Groups - เอาไว้คุยกันในกลุ่ม เหมือน forum-webboard อ่ะครับ
Knol - นี้จะออกแนวถามตอบ ซึ่งของ Yahoo ก็มีชื่อ Yahoo รอบรู้
Orkut - Social network คล้ายๆ hi5 อ่ะครับ
ถ้าจำไม่ผิด พวกญี่ปุ่น-เกาหลี จะเล่นเยอะ
Picasa - อัลบั้มเก็บรูป
Chrome - ก็เป็น Browser
ใช้ engine เดียวกับ safari คือ webkit ครับ
Translate - แปลเว็บทั้งเว็บ จากภาษาญี่ปุ่น,จีน เป็นอังกฤษ
Youtube - รู้จักกันดีอยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นของกูเกิ้ลนะค้าบ

อื่นๆ ที่น่าสนใจก็มี Google map, Google Earth, Finance, Google Trends

ลองเข้าไปดูละกัน

http://www.google.co.th/intl/th/options/




ผมเห็นเครื่องบางคน ลงแต่ผลิตภัณฑ์ของกูเกิ้ล - -''
โคตรจะแฟนพันธ์แท้

อ้อ เกือบลืม ช่วงหลังๆ
จะเห็น LOGO ของ google เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เขาเรียก doodle ลองกดดู บางทีอาจจะเหตุการณ์อะไรเจ๋งๆ ก็ได้
http://www.google.com/intl/en/holidaylogos.html

มาโฆษณาให้ฟรี ๆ เลยนะเนี้ย คราวนี้
แถมๆ อีกโครงการที่น่าสนใจของอากู๋
โครงการ 10100 เป็นการขอ
ความคิดในการเปลี่ยนแปลงโลก
โดยการช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุด




หลังๆ สาระจัง เขียนบล็อกเนี้ย *-*
ทั้งๆ ที่ตัวเป็นๆ ไม่ค่อยสาระเท่าไหร่
หลุดคอนเซ็ปนะเนี้ย ฮ่ะๆ
ลองไปเปิดดู ใน livespace ยิ่งมีแต่แนวหดหู่
เขียนคนละแนวด้วยซ้ำ สงสัย สี bg มันสว่างเลยเขียนคนละแบบ - -''




ปล. วิกฤต เศรษฐกิจคราวนี้ น่าสนใจทีเดียว
จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัว หุ้นตกกันแบบ ... แมงเม่ากระเจิง
ขนาดผมแค่คนดู ยังมึนเลย
แล้วคนเล่นจะเหลือเหรอ สงสัยหน้ามืดกันเป็นแถวๆ

ตำรา MBA นี้คงได้พลิกกันแน่ๆเลย

ไปละครับ เดี๊ยวคราวหลังเขียน chill chill ดีกว่า
23.9.51



ใจกลางความเจ็บปวด - Crescendo


*สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้ * 

*++โทรมา * 
*++เราสัญญาไม่ได้ * 
*++ว่าจะทำให้เธอหัวเราะ* 
*++แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ* 



*สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีจากทุกสิ่ง * 

*++ไม่ต้องกลัวที่จะโทรหาเรา * 
*++เราไม่สัญญาว่าจะขอให้เธอหยุด * 
*++แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ * 



*สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่อยากจะฟังคำพูดของใคร * 

*++โทรหาเรา * 
*++เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ * 
*++และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร * 



*แต่ถ้าวันหนึ่งเธอโทรมา แต่ไม่มีใครรับสาย * 

*++รีบมาหาเรา * 
*++เพราะเธออาจต้องการเรา * 
*++เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ * 



ขอโทษ... 

++ถ้าเราทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเสียใจ 


ขอโทษ 
++ถ้าเราเคยคิดว่าเราดีกว่าหรือเหนือกว่าเธอ 



*อย่าลืมเรื่องนี้ล่ะ! ไม่ว่าจะในเวลาที่สุขหรือเศร้า * 
*เราจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ * 


ขอโทษ... 
++สำหรับความผิดทุกอย่างที่เราได้ทำไป


เราเขียนนี่ขึ้นมาเพื่อ ...... 
++จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้...ไม่มีใครรู้
++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้บอกลา
++หรือกอดเธออีกซักครั้ง

++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้พูด ขอโทษ หรือ รัก
++มันคงจะน่าเสียดาย



แถม

เนื้อเพลง ใจกลางความเจ็บปวด

เป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้ความจริง เมื่อที่ฉันนั้นถูกเธอทิ้ง
คนโง่ที่เพิ่งจะเข้าใจ
เรื่องเธอและเขา เก็บอยู่นานเท่าไร มาเฉลยเอาในตอนท้าย
กับตาตัวเองจนซึ้งใจ

* ถูกทำร้ายโดยคนรัก เจ็บแค่ใหนต้องพร้อมเข้าใจ
อยู่กับแผล เธอให้ไว้ กับความทรมาน อยู่ข้างในนี้

** อยู่ตรงกลางใจ อยู่ที่ใจกลางความเจ็บปวดรวดร้าวที่มี
ไม่เคยคิดเลยซักนิด ว่าชีวิตต้องมาพบจุดจบอะไรอย่างนี้
เจ็บแต่ยอมไป ปล่อยวางดวงใจ ให้กับคนที่เขาต้องการ
เธอจากไปแล้ว เหลือเพียงความอ้างว้าง

แค่เพียงระบาย ก็ยังร้องไม่ออก เศร้าจนลึกเกินจะดึงถอน
อาการคนมันยังช้ำใน
คงมีสักวัน แต่ไม่รู้เมื่อไร ที่ตัวฉันมันจะยืนไหว
ไม่ยอมเป็นใครที่โง่งม

ซ้ำ *,**
คงมีเวลา ให้พอจะเรียนรู้ ให้กลับมาอยู่ดูแลตัวเองอีกครั้ง

ซ้ำ **



ปล.มาจาก fw mail

ปิดเทอมละ relax relax ไว้เดือนหน้าค่อยว่ากันใหม่ :D
17.9.51


( เป็นมุมมองส่วนตัว ) และ (ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น )
( มันก็แค่มุมมองของคนอายุ 23 ปี )



ความหมายของชีวิต

ตลอดช่วงชีวิตของพวกเรา ไม่เคยมีใครที่จะได้รู้เลยว่าพวกเราเกิดมาเพื่ออะไร
อะไรคือจุดมุ่งหมายของชีวิตพวกเรา
และคำถามที่สำคัญที่สุด อะไรคือความหมายของชีวิต


หลายๆคนพยายามที่จะค้นหาคำตอบเหล่านั้น
บางคนเชื่อว่าชีวิตจะมีความหมายอะไรถ้าพวกเค้าไม่สามารถหาเหตุผลของการมีชีวิต
หรือการเกิดมา อาจจะมีบางคนที่คิดว่าพวกเค้ารู้ แต่จริงๆแล้วไม่เลย
ไม่มีใครเลยที่จะสามารถค้นหาคำตอบที่แท้จริงได้
Albert Camus ได้กล่าวไว้ว่า
“you will never live if you are looking for the meaning of life”
ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจริง หรือไม่




ผมใช้เวลา ตั้งแต่ช่วงม.ปลาย หาคำตอบของคำถามนี้
ชีวิตคืออะไร ความหมายของชีวิตคือะไร
อ่านหนังสือมาก็เยอะ ทั้งจิตวิทยา , how to , กลยุทธ์ , พิชัยสงคราม
แถมอุตส่าห์ลงวิชาเรียน ก็ใส่ปรัชญาไปตั้งสี่ตัว
ทั้งปรัชญาพุทธเถรวาร ปรัชญาจีน ปรัชญาฆาตรกร(อาชญาวิทยา) ปรัชญาทั่วไป


ไม่ได้คำตอบอะไรเลย
สิ่งที่กลับมา
มีแค่ความว่างเปล่า


แต่มาวันนึงในช่วงอายุ ยี่สิบ ปี หรือเมื่อ สามปีที่แล้ว
กลับได้พบคำตอบที่เจ๋ง มากๆ โดยบังเอิญ
จาก หนังสือภาพชีวประวัติซุนวู- พิชัยยุทธ์ซุนวู

คนอื่นคำตอบก็อาจจะเป็นแบบอื่นก็ได้
เรื่องแบบนี้ ต่างคนต่างใจ


บทในเรื่องซุนวู
จะกล่าวถึงแม่ทัพคนนึง ซึ่งเคยถูกหมอดูทักว่าจะ ตายเมื่ออายุถึงกำหนด
ซึ่งก็คือ ตอนที่เขากำลังจะปะทะกับทัพซุนวู
แล้วในที่สุดเขาก็พลาดท่าพ่ายแพ้ต่อกลยุทธ์ซุนวู
ทำให้เขากำลังจะยอมแพ้ต่อโชคชะตา
โดยระลึกว่า หากคนเราไม่อาจชนะฟ้า แล้วชีวิตจะมีความหมายอะไร
เหตุเพราะแม่ทัพคิดว่าไม่ว่าจะพยามสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าลิขิตได้
แต่เขาก็ได้ทหารอีกคน เตือนสติว่า
" ข้าไม่สนใจว่าชีวิตเกิดมามีความหมายใด

เพราะมันเป็นสิ่งที่คนเลือกไม่ได้ แต่ในเมือเกิดมาแล้ว
ก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า ต้องยืนหยัดดำเนินชีวิตไปทุกวัน ขอเพียงอยู่อย่างภาคภูมิใจ
ไหนเลยต้องสนใจความหมายของชีวิต "


สรุป ความหมายของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ตอนจบ แต่อยู่ที่ช่วงเวลาแห่งการดำเนินชีวิต
ขอเพียงยืนหยัดดำเนินชีวิตอย่างภาคภูมิใจ ชีวิตก็เปี่ยมไปด้วยความหมาย

ซึ่งผมว่า เป็นคำตอบที่ผมพอใจนะ
คำถามของผม พลันกระจ่างเลยทีเีดียว
เหมือนฟ้าใสส่องสว่างหลังฝนตก
ดีใจมากมาย :D




หลายๆ คน ก่อนที่จะทำอะไร ก็จะต้องคิดก่อนว่า
สิ่งที่จะทำนั้นจะมีความหมายอะไรกับชีวิตพวกเค้าใหม่
หรือว่ามันจะทำให้อะไรในชีวิตพวกเค้าดีขึ้นหรือไม่
และเมื่อไม่เห็นว่าสิ่งที่ทำจะเกิดประโยชน์อะไรต่อชีวิต
พวกเค้าก็เลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้น

บางทีเราน่าจะลองมาใช้ชีวิตแบบ Forest Gump
ที่ใช้ชีวิตแบบ “ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อคโกแลต คุณไม่มีวันรู้หรอกว่าคุณจะได้รับอะไร”
โดย การล่องลอยไปตามกระแสแห่งชีวิตโดยอิสระ
ไม่กังวลสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามทำสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาอย่างดีที่สุด


พวก เราไม่สามารถที่จะควบคุมสิ่งต่างๆที่จะเข้ามาในอนาคต
แต่พวกเราสามารถที่จะเลือกทำสิ่งต่างๆสำหรับวันนี้ สำหรับปัจจุบัน
และสำหรับขณะนี้ ขอเพียงแค่อยู่กับปัจจุบัน
และทำสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการทำด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้



สุดท้าย อยากจะย้ำว่านี้เป็นมุมมองส่วนตัวเท่านั้น
ต่างคนต่างใจ
ต่างวาดฝันไว้ในมุมมองที่ต่างกัน
คำตอบของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน
ก็ขอให้พบคำตอบไวๆ ละกันครับ สำหรับคนที่เคยถามแบบนี้ :D

ปล.บทความส่วนหนึ่งจาก bloggang
ปล.ภาพด้านบน
Where Do We Come From? What Are We? Where Are We Going? is Paul Gauguin's interpretation of the question.




ใครสนใจมุมมองอื่นๆ มากมายลองดูได้ที่ wiki ครับ
ETC : http://en.wikipedia.org/wiki/Meaning_of_life

11.9.51


(คลิ๊กที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่)

(เป็นธรรมเนียม เมื่อผมได้ดูหนังสักเรื่องก็จะมาเขียนไว้ว่าได้ดู ดีไม่ดีก็อีกเรื่อง)

Infernal Affairs : สองคนเฉือนคม






วันก่อน ผ่านไปเห็น หนัง infernal affair แบบ dvd ไตรภาคซะด้วยสิ
แต่ว่าราคาไม่ถึงร้อย ก็เอาวะ ซื้อมาดูหน่อย

หนังมีความยาวเกือบ 300นาที ผมดูรวดเดียวเกือบจบ
เป็นหนังที่สนุกใช้ได้เลย

เนื้อเรื่อง (ไม่ได้สปอย)
ก็จะเป็นเกี่ยวกับ
สายลับ คือถ้าเป็นแบบฉบับหนังฮ่องกงเมื่อก่อนก็จะเป็นส่งสายตำรวจเข้าไปอยู่ในแก๊งโจร
แต่เรื่องนี้ ทางฝ่ายโจรก็ได้ส่งสายเข้ามาเป็นตำรวจด้วย

การต่อสู้ ระหว่าง สายของโจรกับสายของตำรวจ
การทำงานแบบคู่ขนานสายลับสองหน้า
คือ
ตำรวจเป็นคนของโจร แต่ก็ต้องทำงานจับโจรควบคู่ไปกับการเป็นสายให้โจรด้วย
แต่โจรเป็นคนของตำรวจ ก็ต้องระวังไม่ให้ถูกจับได้


ปกปิดสถานภาพของตัวเอง จนบางทีก็หลงในบทบาทที่แท้จริงของตนไป

หักเหลี่ยมกันสุดๆ เรื่องนี้ ไม่ได้ดูหนังฮ่องกงดีๆ มานานแล้ว
ยกให้เป็นหนังดีในรอบสิบปีเลย
องค์ประกอบของภาพก็เจ๋งอ่ะ ไม่ว่าจะคัดซีน หรือไม่ก็ลงโทนขาวดำ-ภาพสโลว์


ขนาดผมดูแบบไม่ค่อยรู้จักดาราฮ่องกงเลย

แต่พลังการแสดงของนักแสดงในเรื่อง ถ้าจะบอกแบบเกรียนๆ ก็คือ เทพขิงขิง

เหลียงเฉาเหว่ย สุดๆ ทำให้คนดูสงสารในบทบาทของตำรวจในคราบโจร ได้เลย





สรุป

หนังน่าจะเป็นแนว ไซโค ทริลเล่อ คือ บางช่วงไม่ได้ยิงกันสักแอะ แต่กดดันสุดๆ

ใครอยากดูหนัง ดราม่าดีๆ ก็ลองหามาดูกัน ไม่ผิดหวังแน่นอน


ปล. เพลงข้างบนมาจาก ในหนัง เป็นบทเพลงแห่งความหลัง ของ สารวัตรหมิง


แถมๆ บทสนทนาเจ๋ง จากในเรื่อง (สปอย) - กรุณาดูก่อนอ่าน

บทสนทนาเด็ดจากหนังเรื่อง Infernal Affairs
มีช่วงนึงที่เด็ดมากๆคือช่วงที่เหลียงเฉาเหว่ยและหลิวเต๋อหัวอยู่บนดาดฟ้าในภาค 1 มันเด็ดมาก


หลิว : ให้โอกาสผมบ้างได้มั้ย ผมก็แค่อยากจะเป็นคนดี

เหลียง : ฮึ ไว้ไปพูดกับศาลละกัน

หลิว : นี่คุณจะฆ่าผมจริง ๆ เหรอ

เหลียง : ขอโทษ ผมเป็นตำรวจ

หลิว : ใครรู้หล่ะ!!

ฉากในกรมตำรวจภาค 3

หลี่หมิง : " ขอโทษ ผมเป็นตำรวจ "

แล้วหลิวเต๋อหัวก็คลั่ง

หลิวเต๋อหัว : " กูก็ตำรวจโว้ยยยยยยย "

ประโยคเด็ดจากหนังเรื่อง Infernal Affairs

" ขอโทษ ผมเป็นตำรวจ "

" สภาพการณ์เปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้ แต่มนุษย์......เปลี่ยนแปลงภาพการณ์ไม่ได้ "

" รายงานน่ะ...จะเขียนยังไงก็ได้ "

" กรรมจะต้องตามสนองแก!!!!"

" ชั้นก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึง....... "

" แกเคยเจอมั้ย คนที่ดูเหมือนจะดีกับเรา แต่พร้อมที่จะฆ่าเราได้ทุกเมื่อ...ชั้นเคยเจอมาแล้ว "


" พี่หยั่น รู้มั้ย ... ใครที่จ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา......คนนั้นแหล่ะ ตำรวจ "


"โชคชะตาก็คือโชคชะตา"


ที่มาของบทสนทนา

http://www.pingbook.com/board/lofiversion/index.php/t15162.html
28.8.51













































เห็นแปลไว้ เจ๋งดี
:ทายนิสัยจากหมู่เลือด

กดที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่

18.8.51

พอดีผมไปเจอ มาจาก Journal

ของเพื่อนม.ต้น ชื่อ ฟูฟู


เห็นว่าน่าสนใจดีเหมือนกัน

ก็เลยเอามาให้อ่านต่อๆ กัน ครับผม

มาลองอ่านดูนะครับ







ด้วยความที่ไม่มีอะไรทำ

ฉันก็นั่งขยำปุ่มตัวเลข 2 ,4, 6, 8 บนแป้นโทรศัพท์มือถือหน้าจอขาว-ดำไฟเหลือง

ให้เปลืองเวลาและสติปัญญาเล่นๆ

แต่เหมือนมีดวงตาเห็นธรรม
มันทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง จากการดูงูเลื้อยๆกินก้อนแต้มทุกวัน





---ถ้า คุณเลือกระดับ(level) ต่ำๆ ที่ให้คะแนน 1-5 ต่อก้อนแต้ม

เจ้างูน้อยของคุณก็จะเดินทางไปอย่างช้าๆน่าเบื่อนิดๆ

แต่คุณจะมีเวลาและที่ว่างมากพอที่จะคิดได้ว่า

ต่อไปควรเลื้อยไปทางไหน ควรกดปุ่มใด เดินหน้า ขึ้นบน ลงล่าง หรือวกกลับ

เพื่อไปกินก้อนแต้มมูลค่าน้อยนิดให้ตัวค่อยๆยาวขึ้นแต่ว่าปลอดภัย


-
--หลายๆคน อาจเป็นเช่นนั้น

---แต่เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าใครต่อใครที่เล่นเกมงู

ต่างก็เลือกที่จะตั้งค่าก้อนแต้มที่ระดับสูงสุดหรือเกือบจะสูงที่สุด นั่นคือ 8 หรือ 9 แต้ม....

นั่นก็เพราะว่ามันรวดเร็ว สนุก เร้าใจ ท้าทายความสามารถ ตอบสนองความรู้สึกได้อย่างเฉียบพลัน...

และมูลค่าเพิ่มของคะแนนสะสมที่ แสดงอยู่มุมล่างของหน้าจอโทรศัพท์นั้นเป็นตัวกระตุ้นตัวดีนักแล...

จาก 9 เป็น 18 เป็น27 เป็น 36 เป็น45


และก้อนแต้มก้อนใหญ่กว่าปกติก็จะโผล่มา(ที่เรียกกันว่า up น่ะ)

ถ้ากินได้เร็ว คะแนนก็อาจเพิ่มเป็น 458 หรือถ้ากินได้ช้าก็เป็น212 อะไรประมาณนี้...

มันย่อมรู้สึกดีกว่าการเห็น 1 เป็น 2 เป็น 3 หรือเห็น 2 เป็น 4 เป็น 6 แน่ๆล่ะ...

ที่ช้าเสียจนหงุดหงิดและกว่าที่จะพิชิตแต้มได้ถึงขั้น 3 หรือ 4พัน

อาจเล่นจนแบทหมดหรือหมดเวลาไปครึ่งค่อนวัน





---ถ้าสมมติว่ามันเป็นเงินแล้ว
เก็บเงินวันละบาท กับวันละ 9 บาทก็ต่างกัน
ยิ่งถ้าเติมเลข 0 ตามแล้วด้วยก็ยิ่งจะไกลห่างกันไปใหญ่





---ข้อ คิดที่ดีข้อหนึ่งจากเกมงู้นี้เห็นจะชัดเจนที่เรื่องการสะสมเงินทอง
ลองเก็บที่ละ 9 บาทไปเรื่อยๆ และบางคราวก็หยอดก้อนใหญ่ๆสัก2-3ร้อย
แป็บๆ ก็จะเห็นเงินสี่ซ้าห้าร้อยแล้ว




---แต่ถ้าคิดแบบนั้น กับบางเรื่อง ก็อาจเป็นดาบสองคม ...........
บางครั้งการเดินเร็วๆ ก็ตายเร็ว.....
เร็วเกินไป เราก็ควบคุมมันไม่ได้....
โลภเกินไปยิ่งเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเอง...
ก็คงจะเคย เป็นกันที่พอเห็นอัพก้อนโตๆโผล่ขึ้นมาแล้วกระพริบวาบๆแล้วเราก็รีบที่จะวก กลับไปกิน...
คงเห็นภาพงูกัดหางตัวเอง หรือกัดกินตัวเองตายบ่อยๆกันนะ...

งูโนเกียก็คงไม่ต่างจากคนทุกวันนี้
เดินเร็ว...รับเยอะ...กัดกินตัวเอง...ไม่รู้เนื้อรู้ตัว...ตาย



---แต่จะว่าไปนะ เดินเร็วเดินช้า ก็ตายเหมือนกันแหละ
ว่าแต่ว่าตอนที่ยังเลื้อยๆอยู่เนี่ยทำอะไรได้มากมาย
แค่ไหน






credit : fufu
13.8.51


มาแนะนำหนังสือ How to ดีๆ สักเล่ม ในรอบ หลายๆปี ที่ผมได้พบเจอ
ปกติแล้ว ผมว่าหนังสือพวกนี้ มันก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก ฝืดๆ ฝืนๆ ไป
คนเขียนบางคนก็สักแต่ว่าเขียนไป แต่คนทำจะทำได้รึเปล่าไม่รู้
รึไม่ก็มาแบบอุดมคติจ๋า เช่น เอ็งทำอย่างนั้นนะ ทำอย่างนี้นะ
เจอแบบนี้ ผมก็ขำๆ ไป


ซึ่งจริงๆ แล้วหนังสือพวกนี้ ก็เป็นหนังสือที่ผมอ่านบ่อยที่สุด
เพราะผมคิดว่ามันอาจจะช่วยให้ผมประหยัดเวลา
อย่างน้อยๆ สัก 5-10 % ก็ยังดี
มันก็เหมือนอ่านประสบการณ์ของคนอื่น




หนังสือที่ผมจะมาแนะนำ ชื่อ

พลิกความคิด ชีวิตดีสุด


ซึ่งคนเขียนเป็น
ชาวเกาหลี
(วิธีการทั้งหมดเป็นมุมมองของพ่อซึ่งเป็นนักจิตวิทยา เขียนอีเมลสอนลูกชายของเขาได้ผลมาแล้ว)
สิ่งหนึ่งที่ผมพบว่าดีมากๆ ในเล่มนี้คือ ไม่พยามยัดเยียดมากเกินไปนัก
ไม่พยามกระตุ้น อะไร ให้รู้สึกเหมือนโดนทุบหัว
แต่สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้คือ

ความเป็นจริงจากสภาพสังคม ที่ทำให้เราีรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ๆ ตัวเรา

ผมไม่แน่ใจว่าสังคมไทย รึของสังคมเกาหลีที่เขายกตัวอย่างมา
แต่ตัวอย่างในเล่ม ผมว่าค่อนข้างใกล้ เคียงกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้จากบทสรุปอื่น ๆ อย่างเช่น
ทำไม ก่อนสอบร้านเหล้ายังมีคนเต็ม
ทำไม อ่านหนังสือต้องอ่านในห้องสมุด
การดูโทรทัศน์ การใช้โทรศัพท์ และเวลาในชีวิต

ซึ่งเขาก็อธิบายได้น่าสนใจดี


จริงๆ ผมก็ยังอ่านได้ครึ่งเล่ม
ก็เพราะว่า คิดว่ามันเป็นหนังสือที่ต้องค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ คิดไปทีละนิด
ถ้าเป็น How To เล่มอื่นๆ นี้ อย่างมาก ไม่เกิน 1 ชม. ก็อ่านจบแล้ว

ที่ผู้เขียนอธิบายไว้ในคำนำก็ประมาณนี้
1. อย่าอ่านผ่านๆ เน้นๆ ๆ ให้สมใจ 2. อ่านอย่างสบายๆ ตามใจเธอ
3. อย่าอ่านแบบคล้อยตาม 4. ไม่เห็นด้วยก็ไม่แปลก

*หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ขอให้ย้อนกลับไปดูส่วนที่เธอทำเครื่องหมาย
จะทำให้เธอรู้สึกว่า
ไม่ได้อ่านหนังสือที่คนอื่นเขียน
แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังอ่านหนังสือที่เขียนขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง*

จริงๆ แล้วการทีคนเราจะเปลี่ยนแปลงความคิดโดยตัวเองนั้นเป็นเรื่องยาก
- การได้พบเจอผู้คน พบเจอประสบการณ์ชีวิต ต่างๆ ถึงจะทำให้มีความคิดเติบโตขึ้น


แต่การอ่านหนังสือเล่มนี้
อย่างน้อยๆ ก็เปลี่ยนความคิดของผมได้บ้าง



ผมยกนิ้วโป้ง ให้เลยที่เดียว เป็นหนังสือที่ควรซื้อติดบ้านไว้
ถ้ามีวาสนา ขอให้ได้อ่านกันนะคร้าบบบบบบ

จุดเด่น :
-ได้รับเลือกเป็นหนังสือดีที่เยาวชนควรอ่าน
-Bestseller ครองใจวัยรุ่นในเกาหลี ยอดขายกว่า 240,000 เล่ม



Link : พลิกความคิด ชีวิตดีสุดๆ



24.7.51



can't stand to fly
I'm not that naive
I'm just out to find
The better part of me

I'm more than a bird:I'm more than a plane
More than some pretty face beside a train
It's not easy to be me

Wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
About a home I'll never see

It may sound absurd:but don't be naive
Even Heroes have the right to bleed
I may be disturbed:but won't you conceed
Even Heroes have the right to dream
It's not easy to be me

Up, up and away:away from me
It's all right:You can all sleep sound tonight
I'm not crazy:or anything:

I can't stand to fly
I'm not that naive
Men weren't meant to ride
With clouds between their knees

I'm only a man in a silly red sheet
Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me

It's not easy to be me.



จั่วหัวด้วย เพลง Superman ซะเลยคราวนี้

จริงๆ แล้วเห็นหนัง batman เข้าโรงแล้วก็นึกขึ้นมาได้

ว่า ยังไงซะ ทุกคนก็ต้องมี โคตรฮีโร่เจ๋งๆ ในดวงใจซักคน ใช่ป่ะ

เรื่องฮีโร่ ไทยนั้นคงไม่พูดถึง
(มีคนพยามจะสร้างมาอยู่บ้างนะ แบบพวกไอ้เหล็กไหล งี้ อินทรีแดงงี้)

ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าเหมือนกันที่ ประเทศสารขัณฑ์ขาดแคลน คนดีๆ
ยอดมนุษย์ ทรงพลังกับเขามั่ง
ถ้าจะวิเคราะห์ออกมาให้เป็นเรื่องเป็นราว สะท้อนสังคม
ก็จะเจอมุมมองที่แซดตามเคย เป็นต้นว่า คนเทย ไม่ชอบให้ใครดีใครเด่น
มีขบวนการขัดแข้งขัดขา หั่นขาเก้าอี้ ฯลฯ
ตัดไปละกัน



อ่ะ ต่อๆ บรรดา ฮีโร่ ที่ผมรู้จัก ที่มัน มีผลต่อชีิวิตผม
เป็นฮีโร่ ที่ค่อนข้างมีมิติ ในความเป็นคนเยอะหน่อย

แบบ แบทแมน ที่มันมีด้านมืดของชีิวิต ไม่ได้ดีเลิศทุกด้าน
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ได้ดูของเวอร์ชั่น ทิม เบอร์ตั้น

รู้สึก หลอนๆ
ถ้าจำไม่ผิดแบทแมนจะเจอ โจ๊กเกอร์ กับมนุษย์ เพนกวิ้น

โชคดี ไม่ได้ดูภาคมนุษย์น้ำแข็ง
จริงๆ สองภาคล่าสุดก็น่าดูเหมือนกัน ฮ่ะๆ

อ้อ ภาค The Dark Knight ก็น่าจะเจ๋งอ่ะนะ
มีรถมอไซต์ แบทแมนด้วย
แว้นจริงๆ



นอกจากนี้ ก็มี dare davil มั้ง
เป็นฮีโร่ ที่ค่อนข้างแปลกเหมือนกัน
ใช้ชีิวิต ตัดสินเรื่องแบบสีเทา - -
เพราะงี้เลยไม่ดังในไทย


สุดท้าย

มีประโยคนึงจากลุงเบนมาให้ ทุกๆ คน ทายดิว่ามาจากเรื่องไหน


พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง







24.6.51

บางครั้ง



. . .



ผม ก็อยาก


หลับไป


. . .




แล้ว ไม่ตื่น


. . .


อีกเลย



.

.

.



ปล. บางที



. . .



คงรู้สึกเหนื่อยเกินไป



.

.

.

12.6.51




จากการเรียนรู้ส่วนตัวของผม
ทำให้สรุป(จากประสบการณ์) เกี่ยวกับ
ระดับฝีมือการเล่นหมากล้อม
โดยอิง จาก Cyberoro sv Jap เป็นหลัก

ได้ดังนี้

15-20 k รู้วิธีเล่นหมากล้อม

15 k เข้าใจการล้อมมุม และด้านข้าง

12 k พอรู้สูตรมุมเบื้องต้น และการจับกิน

8-10 k รู้จัก Life & death

6 k รู้เรื่อง การอ่านหมาก และลำดับหมาก แต่ยังไม่เข้าใจกลางเกมส์

4 k รู้จักเรื่อง กำแพง และ การนับแต้มเอ็นเกมส์

2-3 k เข้าใจ joseki เบื้องต้น

1 k รู้วิธีโจมตี เบื้องต้น และ sente

1 d อ่านหมากกลางเกมส์ ได้ซับซ้อนขึ้น และการเอ็นเกมส์

2 d รู้จัก fuseki และ joseki ระดับ กลาง

3 d เข้าใจ คำว่า หมากล้อม และรู้จักอิทธิพลของ sente

4 d เข้าใจ การสร้างรูปร่างหมากหลังจาก joseki และการเดินโจมตีจาก joseki

5 d มองภาพรวม ของ fuseki และ อิทธิพล ออก

ตั้งแต่ ระดับ 3d + ในโอโร่ ถือว่าเป็นการเล่นหมากล้อมที่แท้จริง
เพราะ เข้าใจคำว่า หมากล้อมแล้ว
ที่เหลือก็เป็นแค่ การเติมเทคนิค

สำหรับคนที่หลงทาง บ้าเทคนิค จะไม่สามารถขึ้นดั้งได้
เพราะไม่เข้าใจการเล่นหมากล้อม

แต่บางคนเล่นตามโปร ดูโปรเดิน ดูฟุเซกิโปร
หรือบางคนแม้แต่อ่านหมากเก่ง ก็สามารถขึ้นดั้งได้
โดยไม่ต้องเข้าใจเกมส์หมากล้อมคับ




Go
Japanese character for 'go'
"go" (Japanese)
Wei-qi
Chinese characters for 'weh chee'

"weh chee"
(Chinese, simplified)

traditional
wei is

Traditional Chinese character for 'wei'
Baduk
Korean characters for 'ba dook'
"ba dook" (Korean)





ปล. แน่นอน ทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์ ส่วนตัวของผมเอง
ไม่ได้อิงกับคนอื่น คนอื่นอาจจะไวกว่านี้ ก็แ้ล้วแต่คนละกันคับ


สำหรับวันนี้ ก็จบแค่นี้ละกัน
31.5.51

เมื่อไฟร์ฟ็อกซ์คิดการใหญ่อยากถูกบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊ก
แคมเปญ “Firefox 3 Download Day 2008” จึงเกิดขึ้น
โดยทางโมซิลล่าได้เขียนลงในบล็อกชักชวนให้ผู้ที่ใช้งานไฟร์ฟ็อกซ์ (หรือแม้อาจจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม)

ร่วมดาวน์โหลดไฟร์ฟ็อกซ์ 3
เพื่อให้ได้สถิติ “ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง”
โดยผู้ที่อยากจะเข้าร่วมการทำสถิติครั้งนี้เพียงแค่เข้าไปที่หน้า Firefox 3 Download Day 2008
แล้วกดปุ่มเข้าร่วม (ในเว็บใช้คำว่า Pledge)
จากนั้นใส่ประเทศที่ตัวเองอยู่ และอีเมลลงไป เพื่อรอรับข่าวสาร และวันเวลาที่จะร่วมทำสถิติ

ไฟร์ฟ็อกซ์ 3 จะออกตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้

และปัจจุบันสถิติการใช้ไฟร์ฟ็อกซ์อยู่ที่ 39.1%


ที่มา - Mozilla Blog



16.5.51
ตามที่จั่วหัวไว้

" ยุง " ไม่ใช่ " ยุ่ง

ซึ่ง wiki อธิบายไว้ว่า
ยุง เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น จากหลักฐานทางฟอสซิลสามารถสันนิษฐานได้ว่า ยุงมีในโลกตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อประมาณ 38-54 ล้านปีมาแล้ว โดยปกติตัวเมียมักจะกินเลือดเป็นอาหาร ส่วนตัวผู้มักจะกินน้ำหวาน นอกจากนี้ยังเป็นแมลงที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคอีกด้วย เช่น ไข้เลือดออก ยุงตัวเมียจะมีอายุประมาณ 1-3 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม ส่วนตัวผู้จะมีอายุประมาณ 4-5 วัน จะตายหลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ยุงทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 3,450 ชนิด พบในประเทศไทย ประมาณ 412 ชนิด แต่ที่คุ้นเคยกันดีคือ ยุงก้นปล่อง (Anopheles) ยุงลาย (Aedes)







อ่ะ เรื่องมันมีอยุ่ว่า จริงๆ แล้ว บ้านผม ยุงแม่งโคตรเยอะ

ก็เลยหาวิธีเล่นสนุกกับมันดู

ทำให้ผมพบว่า

ยุง มันสามารถจับจิตสังหาร ได้ด้วย
คิดจะฆ่ามันเมื่อไหร่ บินหนีตลอด เฮี้ยจิงๆ

เมื่อก่อนเราเคย ฆ่ายุงด้วยการตบ(หัวยุง) ด้วย ห้านิ้ว ใช่มั้ยครับ

ผมก็ค่อยๆ ลดความโหด ลง

จากฝ่ามือ
.
.
.

เหลือ สามนิ้ว
.
.

สองนิ้ว
.

จนผมสามารถ ใช้นิ้วเดียวจิ้มยุง ถึงแก่ความตายได้

5555+

บาปกำ จิงๆ


แน่นอนครับ ว่าต้อง ลบจิตสังหารออกก่อน

โดยการทำใจให้สงบก่อนลงมือ ค๊าฟพี่น้อง


ลองเล่นดู นะครับ แค่เอานิ้ววางลงบนตัวยุงเบา มันก็เละเป็นโจ๊ก

.
.
.
.
.
.
.

จบดีกว่า




มันทำให้ผมมานั่งคิดถึง

ยุง มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประโยชน์(อะไรวะ)

เกิด มา ดูด เลือด แล้วก็ดับแนว

อยู่ได้ไม่เกิน หนึ่งเดือน


พลันแล้ว สมาธิมา - ปัญญาก็เกิด

ทำให้ผม คิดออกแล้ว ยุง (เฮี้ย)

ประโยชน์ของมันคือการ แพร่โรค และปรสิต
เพื่อควบคุม สิ่งมีชีิวิตอื่นอีกที

:O โอ้ สำคัญไม่ใช่น้อย

ฉะนั้น เวลาโดนใครด่า ว่าอ้ายยุง

หรือมีประโยชน์เหมือนยุง ก็ไม่ต้องน้อยใจไปนะครับ :p





ปล. บางที ผมก็อยากลองกินยุงดูเหมือนกัน มันจะเปนยังไงหว่า


etc:
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%87
2.5.51




เผลอแป็บๆ ก็เรียนจบป.ตรีซะละ
รู้สึกเหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

กลับมาบ้าน ใส่เกงนักเรียนดรพิทย์ ออกไปวิ่ง ก็ยัง งงๆ
ฮ่ะๆ

ต่อไปก็เปิดเทอม เรียนต่อ

อนาคตจะเป็นยังไง มันก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

The great thing in this world
Is not so must where we are
But in what durection
We are moving

Oliver Wendell Holmes

ไม่สำคัีญ
ว่าเราอยู่ตรงไหนกัน

โลกนี้มีสิ่งยิ่งใหญ่

ตรงเราจักมุ่งมั่นไป

ในทิศทางใด

เท่านั้น


จากหนังสือ I hate u 'ปราย พันแสง ครับ


เคยอ่านปาฐกถา ของเฮีย สตีฟ จ็อบ ว่า
ที่ต้องลาออกจากมหาล้ัยกลางคัน เพราะแกเพิ่งมารูทีหลังว่าที่บ้านไม่มีเงินส่ง
( ค่าเรียนระดับ ป.ตรี ที่เมืองนอก ค่อนข้างสูง)

หลังจากที่ตีฟ จ็อบ ลาออก ก็เลยลงเรียน พวกคอร์สทั่วไปที่เฮียแกสนใจใน U
ก็ได้เรียน เกี่ยวกับการสร้างตัวอักษร พวก san serif , serif
หลังจากนั้น อีกสิบปีต่อมา ก็ได้ใช้ความรู้นี้ ใน OS ครับ

ในปีค.ศ. 1972 จอบส์จบการศึกษาจากโฮมสตีดไฮสคูล ในเมืองคิวเปอร์ทีโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้สมัครเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยรีด (Reed College) ในเมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐโอเรกอน แต่ก็ต้องลาพักการเรียนหลังจากเข้าเรียนได้เพียงหนึ่งภาคการศึกษา หลายปีต่อมา ในปาฐกถาครั้งหนึ่งในพิธีสำเร็จการศึกษาของบัณฑิตมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ปีค.ศ. 2005 จอบส์ได้กล่าวว่าเขายังคงศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยรีด รวมทั้งเข้าชั้นเรียนคัดตัวหนังสือ "ถ้าผมขาดเรียนวิชานั้นไปเพียงวิชาเดียวที่วิทยาลัยรีด เครื่องแมคอินทอชคงจะไม่มีรูปแบบอักษรหลากหลาย และปราศจากฟอนต์ที่มีการแบ่งระยะห่างอย่างถูกสัดส่วนเช่นนี้" จอบส์กล่าว


แกบอกว่า อดีตจะต้องเชื่อมโยงกับอนาคตอย่างแน่นอน

ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า เราไม่สามารถต่อจุดใหเป็นรูปร่างไดโดยการมองไปข้างหน้า
เราจะทําไดก็ต่อเมื่อนึกถึงเวลาเราเชื่อมจุดเป็นรูปต่าง ๆ
ถ้าเราเอากระดาษปิดจุดที่เราต่อมาแล้วเราจะต่อไปข้างหน้าไม่ถูก)
ฉะนั้นขอให้เชื่อว่าจุดต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราในวันข้างหน้า



ETC


29.4.51
คือว่า เดือนหน้า
กรมไปรษณีย์ไทย จะงดให้บริการโทรเลขแล้วครับ
เนื่องจากค่าบำรุงรักษาเยอะ

ส่งโทรเลขฉบับสุดท้าย...อำลาโทรเลขไทย

เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณประโยชน์และความดีของโทรเลขที่จะเป็นเพียงประวัติศาสตร์ในวันที่ 1 พ.ค.51 ระหว่างวันที่ 24-30 เม.ย.นี้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้จัด "สัปดาห์อำลาโทรเลขไทย" ขึ้นเพื่อส่งท้ายกิจการโทรเลขไทยตั้งแต่เวลา 08.30-20.00 น. ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก

ยิ่งไปกว่านั้นได้มีการจำลองบรรยากาศวันวานของกิจการโทรเลขไทย การจัดนิทรรศการตำนานโทรเลขไทย การสาธิตการเคาะรหัสมอร์สวันละ 2 รอบในเวลา 12.30 น.และ 17.30 น. และกิจกรรมร่วมส่งโทรเลขเป็นครั้งสุดท้าย คาดว่าจะมีผู้ส่งโทรเลขรวมกันไม่น้อยกว่า 1 แสนฉบับ

สำหรับผู้ที่ไม่เคยส่งโทรเลขมาก่อนอย่าพึ่งครั่นคร้ามว่าไปร่วมกิจกรรมแล้ว เกรงจะส่งโทรเลขได้ยากเย็นเข็ญใจ เพียงกรอกชื่อและที่อยู่ของผู้รับ และข้อความสั้นๆ สื่อความหมายลงในช่องว่างที่ให้ไว้ ก่อนจะขยับไปยื่นให้พนักงานนับคำคิดค่าบริการเพื่อชำระสตางค์ เพียง 2 ขั้นตอนเท่านี้ ไม่ว่าใครก็จะมีโทรเลขฉบับอำลาส่งตรงไปถึงหมายปลายทางที่อาจเป็นพ่อแม่ พี่น้อง ผองเพื่อน หรือแม้แต่ตัวเองได้แล้ว

"ทุกอย่างมันเป็นสัจธรรม โทรเลขก็เช่นกันที่เขามีเกิด แก่ เจ็บ และตายไป เขารับใช้สังคมเรามาร้อยกว่าปีแล้ว สร้างความเจริญเติบโต ทำให้คนไทยมีความสุขจากการได้รับรู้ข่าวสาร ถึงตอนนี้เขาเหนื่อยแล้ว" ที่ปรึกษาอาวุโส กสท กล่าว

ไฮไลต์ของงานอำลาโทรเลขที่ไม่ควรพลาดเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 30 เม.ย.จะมีการเสวนา "จับเข่าเล่าเรื่อง...ตะแล้ปแก๊ป" เพื่อบอกเล่าความประทับใจในโทรเลขของวัยวันเก่าๆ ของผู้มากด้วยประสบการณ์

ที่สำคัญที่สุดในเวลา 20.00 น. ของวันสุดท้ายแห่งการใช้โทรเลขในประเทศไทย นายมั่น พัธโนธัย รมว.ไอซีที พร้อมด้วยอดีตอธิบดีกรมโทรเลขอีก 4 คนจะร่วมกันส่งโทรเลขฉบับสุดท้าย (ที่ยังเป็นปริศนา) ร่วมกันก่อนปิดตำนาน 133 ปีโทรเลขไทย.

Link >>
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000048288

ปล.ใครว่างไปส่ง ก็ส่งมาหาผมหน่อยดิ T_T อยากได้มั่ง
24.4.51
ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉม
เขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ
เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยของตน
แต่เขายังรวบรวมความกล้า
เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า'รัก'
และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอ--ไม่ได้
เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า
ถ้าเขาสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอ
ได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป
ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า
โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน
เขารอคอยในสายลมบาดผิว
รอคอยในสายฝนกระหน่ำ
รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า
โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา
เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพราวเป็นสาย
จนกระทั่งในคืนที่ 99
ทหารหนุ่มหยุดร้องไห้
หยุดรอคอย หยุดทุกอย่างไว้
แล้วหันเดินจากไป




ปล.มาจากบล็อกของปราย พันแสงครับ
20.4.51

A Good Introduction to PC History

เพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้ จบ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับสตีฟ จ็อบ ผู้ก่อตั้งบริษั่ท แอปเปิ้ล และ บิล เกต แห่ง M$

ถามว่า สนุกมั้ย ก็ตอบเลยว่าใช้ได้ทีเดียว
ชอบบรรยากาศในยุค 80 มากๆ
อื่นๆ : เกี่ยวกับหนัง ก็จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี
ไอบีเอ็ม ซีร็อก ยักษ์ใหญ่อุ้ยอ้าย
การสร้างคอมพิวเตอร์ของ วอซเนียก


Steve Jobs VS Bill Gate ในทรรศนะของผม
ในสองคนนี้ ผมไม่ได้ศรัทธาใครมากกว่ากัน แต่ถือว่าเป็นบุคคลที่มี model น่าเรียนรู้ที่แตกต่างกัน

อย่าง Gate นี้จะมาในแนว การตลาด
วัฒนธรรมของ M$ ก็เป็นแบบ ผู้ไล่ตามแล้วนำมาพัฒนาต่อ
อ้อ ลืมไป เฮียเกต แกเป็นเซียนโปกเกอร์ ทำให้อ่านคนได้สุดตีนเหมือนกัน

แต่ของ Jobs จะเป็นแบบ นอกกรอบ หลุดโลก ตามแบบฉบับ ฮิปปี้ เก่า - -''
มันฮามากเลยพี่น้อง ใส่ขาสั้นไปขอเงินแบ๊ง มีหนวดมีเครา ชุดประธานบริษัทก็เป็นยืดยีน

มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก ที่ Jobs สร้างตราสินค้า จนกลายเป็นลัทธิ

"Good artist copy, great artist steal...."
Stay Hungry. Stay Foolish.

Steve Jobs




ปล. มีอีกสองเรื่องให้ตามเก็บต่อ

* Triumph of the Nerds— a 1996 three-part documentary for PBS, about the rise of the home computer/personal computer.

* Nerds 2.0.1— a 1998 three-part documentary for PBS, (and sequel to Triumph of the Nerds) which chronicles the development of the Internet.

* Pirates of Silicon Valley — a 1999 docudrama which chronicles the rise of Apple and Microsoft. He was portrayed by Noah Wyle.





อื่นๆ 3 :


Top 10 greatest IT people 2006
1. Steve Jobs

2. Tim Berners-Lee

3. Bill Gates

4. James Gosling

5. Linus Torvalds

6. Richard Stallman

7. Arthur C Clark

8. Ted Codd

9. Steve Shirley

10. Martha Lane Fox

detail >> http://www.blognone.com/node/3545

เอารูปมาให้ดู บิลเกต มีหน้าเดียว
แต่ของจ็อบ ไม่เหมือนเดิมเลย - -


บทความที่ได้รับความนิยม

Blog Archive

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

แวะมาแล้ว

ขับเคลื่อนโดย Blogger.